Морган Райс - หน้าที่ของผู้กล้า стр 8.

Книгу можно купить на ЛитРес.
Всего за 299 руб. Купить полную версию
Шрифт
Фон

เจ้าชายเคนดริคทรงรู้สึกว่าพระองค์ควรจะถูกตำหนิสำหรับเรื่องทั้งหมดนี้ สถานการณ์เลวร้ายนี้มันมากเกินกว่าที่จะฝากไว้กับคนเพียงคนเดียว เด็กสาวอายุ 16 ปี ผู้ปกครองที่เพิ่งได้ครองมงกุฎ พระนางไม่ควรจะต้องแบกรับความเลวร้ายทั้งหมดไว้เพียงลำพัง นั่นเป็นการตัดสินใจที่ยากยิ่งแม้สำหรับพระองค์เอง หรือแม้แต่พระบิดา ราชินีเกว็นโดลีนทรงทำดีที่สุดที่พระนางจะทรงทำได้ในสถานการณ์เช่นนี้ และอาจจะดีกว่าที่ใครจะสามารถทำได้ เจ้าชายเคนดริคเองก็ทรงไม่รู้ว่าจะรับมือกับแอนโดรนิคัสเช่นไร ไม่มีใครรู้

พระองค์ทรงคิดถึงแอนโดรนิคัสแล้วก็หน้าแดงด้วยความกริ้ว มันเป็นผู้นำที่ไม่มีศีลธรรม ไม่มีหลักการ ไม่มีมนุษยธรรม เจ้าชายเคนดริคทรงรู้ชัดว่าหากตอนนี้ทุกคนยอมแพ้ ก็จะต้องพบกับชะตากรรมเดียวกัน แอนโดรนิคัสอาจจะสังหารหรือจับทุกคนไปเป็นทาส

มีบางอย่างในบรรยากาศที่เปลี่ยนไป เจ้าชายเคนดริคทรงเห็นได้จากแววตาของทุกคน และทรงรู้สึกด้วยพระองค์เอง ชาวซิเลเซียไม่ต้องการเพียงแค่ตั้งรับและมีชีวิตรอดอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้ทุกคนต้องการแก้แค้น

“ชาวซิเลเซียทุกคน!” มีเสียงดังแผดขึ้น

ชาวเมืองต่างเงียบเสียงและเงยหน้าขึ้นมอง ที่เขตเมืองสูง ตรงขอบผา แอนโดรนิคัสกำลังมองลงมาที่พวกเขา โดยมีลูกสมุนรายล้อม

“ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าได้เลือก!” พระองค์ทรงตะโกน “ส่งตัวเกว็นโดลีนมาให้ข้า แล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า! หาไม่ข้าจะยิงธนูไฟเผาพวกเจ้า เริ่มตั้งแต่ดวงอาทิตย์ตก เปลวไฟร้อนแรงจะแผดเผาพวกเจ้าจนไม่มีผู้ใดรอดชีวิต”

พระองค์ทรงหยุด แล้วแย้มสรวล

“นี่เป็นข้อเสนอที่ใจกว้างมากแล้ว จงอย่าคิดนาน”

เมื่อตรัสเสร็จ แอนโดรนิคัสก็หันหลังแล้วกระทืบบาทจากไป

ชาวซิเลเซียค่อย ๆ หันกลับมามองดูกัน

สร็อกก้าวมาด้านหน้า

“พี่น้องชาวซิเลเซียทุกคน!” สร็อกตะโกนบอกกลุ่มทหารที่รวมกลุ่มเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยสีหน้าจริงจังอย่างที่เจ้าชายเคนดริคทรงไม่เคยเห็นมาก่อน “แอนโดรนิคัสทำร้ายผู้นำที่ดีที่สุด และน่านับถือที่สุดของพวกเรา พระนางทรงเป็นธิดาของราชาแม็คกิลผู้เป็นที่รักของเรา และเป็นราชินีผู้ยิ่งใหญ่ เหมือนกับมันได้ทำร้ายพวกเราทุกคน แอนโดรนิคัสพยายามที่จะทำลายเกียรติยศของพวกเรา แต่มันทำได้เพียงทำลายเกียรติของตัวเอง!”

“ใช่!” ฝูงชนส่งเสียงรับ เหล่าทหารฮึกเหิม ต่างจับดาบของตัวเองไว้ และมีเปลวไฟในแววตา

“เจ้าชายเคนดริค” สร็อกทูลพลางพันมาหาพระองค์ “ท่านจะทรงเสนออย่างไร?”

เจ้าชายเคนดริคทอดพระเนตรดูสายตาของทุกคนตรงหน้า

“เราจะโจมตี!” เจ้าชายเคนดริคทรงตะโกนบอก เปลวไฟร้อนแรงแล่นพล่านอยู่ในพระโลหิต

ฝูงชนต่างโห่ร้องอย่างเห็นด้วย และรวมตัวกันหนาแน่นขึ้น ไม่มีความหวาดกลัวในแววตาของพวกเขา ทุกคนพร้อมที่จะสู้จนตัวตาย

“พวกเราจะตายอย่างมนุษย์ ไม่ใช่อย่างสุนัข!” เจ้าชายเคนดริคทรงตะโกนบอกอีก

“ใช่!” ชาวเมืองตะโกนตอบ

“พวกเราจะสู้เพื่อราชินีเกว็นโดลีน! เพื่อมารดา พี่สาวน้องสาวและภรรยาทุกคน!”

“ใช่!”

“เพื่อราชินีเกว็นโดลีน!” เจ้าชายเคนดริคทรงตะโกน

“เพื่อราชินีเกว็นโดลีน!” ประชาชนตะโกนรับ

ทุกคนต่างโห่ร้องอย่างยินดี และเริ่มชุมนุมกันหนาแน่นขึ้น

พวกเขาตะโกนขึ้นครั้งสุดท้ายแล้วตามเจ้าชายเคนดริคและสร็อกไปตามทางเดินแคบ ๆ สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ไปสู่เขตเมืองสูง ถึงเวลาแสดงให้แอนโดรนิคัสเห็นแล้วว่ากองรบเงินสร้างขึ้นจากอะไร

บทที่ เจ็ด

ธอร์ยืนอยู่กับเจ้าชายรีซ โอคอนเนอร์ เอลเด็น คอนเวน อินดรา และโครห์น ที่ปากแม่น้ำ ทุกคนกำลังมองดูร่างของคอนวอล บรรยากาศเต็มไปด้วยความหม่นหมอง ธอร์รู้สึกเหมือนเป็นตัวเขาเอง ความรู้สึกผิดที่สุมอยู่ในอกฉุดเขาลงไป เมื่อเขามองดูคอนวอล เพื่อนทหารยุวชนของเขานอนไร้ชีวิต มันดูไม่น่าจะเป็นไปได้ เท่าที่ธอร์จำได้ พวกเขาหกคนออกเดินทางมาด้วยกัน เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมาเหลือเพียงห้าคน มันทำให้เขาคิดถึงการตายของตัวเอง

ธอร์คิดถึงตอนที่คอนวอลอยู่ด้วย จดจำช่วงเวลาที่มีเขาอยู่ ทุกย่างก้าวในการเดินทาง นับตั้งแต่วันแรกที่ธอร์เข้าร่วมกองทหารยุวชน คอนวอลก็เป็นเหมือนพี่น้อง เขามักจะคอยอยู่เคียงข้างธอร์และมีคำพูดดี ๆ ให้เสมอ ไม่เหมือนบางคน คอนวอลยอมรับเขาเป็นเพื่อนตั้งแต่แรก การที่ต้องมาเห็นเขานอนไร้ชีวิตเช่นนี้ และโดยเฉพาะเป็นผลจากความผิดพลาดของธอร์เอง ทำให้เขายิ่งรู้สึกปั่นป่วนในท้อง ถ้าเขาไม่ไว้ใจสามพี่น้องนั่น ป่านนี้คอนวอลก็คงยังมีชีวิตอยู่

ธอร์คิดถึงคอนวอล โดยไม่มีคอนเวนไม่ได้ ทั้งสองเป็นฝาแฝดที่เหมือนกันและสนิทกันมาก มักจะเข้าใจความคิดของกันและกันเสมอ เขาคิดไม่ออกเลยว่าคอนเวนจะเจ็บปวดเพียงใด ดูเหมือนคอนเวนจะไม่มีกระจิตกระใจอีกแล้ว คอนเวนผู้มีความสุข เสรีที่เขาเคยรู้จักดูเหมือนจะจากไปพร้อมกับดาบที่ฟันลงมาครั้งนั้น

ทุกคนยังคงยืนอยู่ที่ริมสนามรบที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น ศพของทหารจักรวรรดิกองกันอยู่รอบตัวพวกเขา ทุกคนยืนมองคอนวอล ไม่มีใครอยากไปไหนจนกว่าจะได้ทำพิธีศพที่เหมาะสมให้คอนวอล พวกเขาพบผ้าขนสัตว์อย่างดีจากพวกทหารจักรวรรดิ จึงปลดมันมาห่อร่างของคอนวอลไว้ แล้ววางเขาลงในเรือลำเล็กที่นำพวกเขามาถึงที่นี่ ร่างของคอนวอลนอนอยู่ในเรือ เหยียดยาวและแข็งทื่อ นอนหงายมองท้องฟ้า เป็นพิธีศพของนักรบ ร่างของคอนวอลเย็น แข็งและเป็นสีฟ้าราวกับไม่เคยมีชีวิตอยู่

พวกเขายืนอยู่เช่นนั้นอยู่นาน แต่ละคนต่างตกอยู่ในภวังค์ความเศร้าของตัวเอง ไม่มีใครอยากเห็นร่างของเขาจากไป อินดราหลับตา ขยับมือวนเป็นวงกลมเล็ก ๆ อยู่เหนือศีรษะของคอนวอล และสวดอะไรบางอย่างด้วยภาษาที่ธอร์ไม่เข้าใจ เขาบอกได้ว่านางใส่ใจคอนวอลมากเพียงใด ขณะที่ทำพิธีศพให้อย่างตั้งใจ ธอร์รู้สึกสงบกับเสียงสวด ไม่มีใครกล่าวอะไร ทุกคนต่างยืนเงียบด้วยความเศร้าโศก ปล่อยให้อินดราทำพิธี

ในที่สุด อินดราก็หยุดแล้วถอยห่างออกมา คอนเวนก้าวไปด้านหน้า น้ำตาหยดลงมาตามแก้ม เขาคุกเข่าลงข้างคู่แฝด ยื่นมือไปจับมือคอนวอล แล้วก้มศีรษะ

คอนเวนผลักเรือออกไป มันลอยไปสู่สายน้ำนิ่งในแม่น้ำ และราวกับสายน้ำเป็นใจ ช่วยพัดมันจากไปช้า ๆ เรือลอยห่างออกไปเรื่อย ๆ โครห์นส่งเสียงคราง จู่ ๆ สายหมอกก็ปรากฏขึ้นกลืนเรือลำน้อยไว้ จนหายลับตาไป

ธอร์รู้สึกราวกับเป็นร่างของเขาเองที่ถูกพาไปยังโลกแห่งความตาย

ทุกคนหันกลับมาหากันช้า ๆ แล้วมองผ่านสนามรบ ไปยังภูมิประเทศที่อยู่ด้านหลัง เลยไปคือดินแดนแห่งความตายที่พวกเขาผ่านมา ด้านหนึ่งเป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ และอีกด้านเป็นทะเลทรายแผดเผาว่างเปล่า พวกเขากำลังยืนอยู่ที่ทางแยก

ธอร์หันไปหาอินดรา

“การจะไปที่ทะเลสาบไม่มีวันจม เราจะต้องข้ามทะเลทรายนั่นไปใช่ไหม?” ธอร์ถาม

นางพยักหน้า

“ไม่มีทางอื่นเลยหรือ?” เขาถาม

นางส่ายศีรษะ

“มีทางอื่นอีก แต่อ้อม ท่านจะเสียเวลาอีกหลายอาทิตย์ หากท่านต้องการไปถึงก่อนพวกขโมย นั่นเป็นทางเดียว”

คนอื่น ๆ ยืนมองดูมันอยู่นาน ดวงอาทิตย์แผดเผาเหนือทะเลทราย มองเห็นคลื่นความร้อนอยู่เป็นริ้ว

“มันดูไม่ง่ายเลย” เจ้าชายรีซตรัส พลางก้าวมาประทับข้างธอร์

“ข้าไม่เคยเห็นใครที่ข้ามมันไปได้แล้วมีชีวิตรอด” อินดราบอก “มันกว้างใหญ่เต็มไปด้วยสัตว์ร้าย”

“เรามีเสบียงไม่พอ” โอคอนเนอร์บอก “เราไม่รอดแน่”

“แต่มันเป็นทางไปสู่ดาบ” ธอร์บอก

“สมมุติว่าดาบยังอยู่นะ” เอลเด็นบอก

“ถ้าพวกขโมยไปถึงทะเลสาบก่อน” อินเราบอก “ดาบอันมีค่าของพวกท่านจะหายไปตลอดกาล พวกท่านจะต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อความฝัน สิ่งที่พวกท่านทำได้ดีที่สุดตอนนี้คือหันหลังแล้วกลับไปยังอาณาจักรวงแหวน”

“เราจะไม่หันหลังกลับ” ธอร์บอกอย่างมุ่งมั่น

“โดยเฉพาะตอนนี้” คอนเวนกล่าวเสริม พลางก้าวมาด้านหน้า ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยความโกรธและเสียใจ

“เราจะต้องหาดาบนั่นให้พบ หรือไม่ก็ยอมตาย” เจ้าชายรีซตรัส

อินดราส่ายหน้าแล้วถอนหายใจ

“ข้าก็ไม่ได้คาดหวังคำตอบอื่นจากพวกท่านหรอก” นางบอก “บ้าบิ่นจนถึงที่สุด”

*

ธอร์เดินไปในทะเลทรายพร้อมกับคนอื่น ๆ หรี่ตาสู้แสงแดดจ้า อ้าปากหายใจในอากาศร้อนที่ไม่ยอมผ่อนปรน เขาคิดว่าเขาคงจะพอใจที่พ้นมาจากดินแดนแห่งความตาย จากความหม่นหมองไม่สิ้นสุดของมันและการไม่ได้เห็นแสงอาทิตย์ แต่เขากลับต้องมาพบความแตกต่างสุดขั้ว ณ ที่นี้ ในทะเลทรายที่ไม่มีสิ่งใดนอกจากแสงอาทิตย์ ดวงอาทิตย์สีเหลืองและท้องฟ้าสีเหลือง สาดแสงลงมาที่เขาและไม่มีที่ไหนให้หลบ ธอร์รู้สึกปวดหัวและวิงเวียน เขาพยายามลากเท้าเดินไป รู้สึกราวกับเดินมาตลอดชีวิต เมื่อมองดูเพื่อน ๆ ก็เห็นว่ามีอาการเดียวกัน

พวกเขาเดินกันมาครึ่งวัน และไม่รู้ว่าจะเดินต่อไปได้อีกนานแค่ไหน เขาหันไปดูอินดราที่คลุมผ้าคลุมศีรษะไว้เหนือหัว และนึกสงสัยว่านางคงจะพูดถูก บางทีพวกเขาคงจะบ้าบิ่นเกินไปที่พยายามจะทำภารกิจนี้ แต่เขาปฏิญาณว่าจะหาดาบให้พบ แล้วพวกเขาจะมีทางเลือกอะไรอีก?

ขณะที่เดินกันไป เท้าของพวกเขาทำให้เกิดฝุ่นฟุ้งตลบ ทำให้ยิ่งหายใจยากขึ้น ตรงขอบฟ้าไม่มีสิ่งใด นอกจากทะเลทรายที่ถูกแดดเผา ทุกอย่างราบโล่งไปสุดลูกหูลูกตา ไม่มีเงาร่างของสิ่งก่อสร้าง ถนน หรือภูเขา หรือสิ่งใดเลย มีเพียงทะเลทรายเท่านั้น ธอร์รู้สึกราวกับพวกเขาเดินทางมาถึงสุดขอบโลก

ขณะที่เดินไป ธอร์ปลอบใจตัวเองว่าอย่างน้อยที่สุดตอนนี้เขาก็ได้รู้เป็นครั้งแรกว่าพวกเขากำลังจะไปที่ไหน ไม่ต้องคอยฟังสามพี่น้องนั่นกับแผนที่โง่ ๆ ของพวกเขาอีกแล้ว ตอนนี้อินดราเป็นผู้นำทาง และเขาไว้ใจนางมากกว่าที่ไว้ใจพวกนั้น เขารู้สึกแน่ใจว่ากำลังไปถูกทาง แต่เขาไม่แน่ใจว่าจะรอดชีวิตจากการเดินทาง

ธอร์ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวแว่ว ๆ เมื่อก้มลงมอง เขาก็เห็นพื้นทรายรอบตัวเขาหมุนเป็นวง คนอื่น ๆ ก็เห็นเช่นเดียวกัน ธอร์รู้สึกสับสนขณะที่มองดูทรายค่อย ๆ รวมกันช้า ๆ เป็นวงกลมชัดเจนขึ้นแทบเท้าเขา ก่อนจะยกตัวขึ้นสู่ท้องฟ้า ไม่นานก็เกิดฝุ่นฟุ้งยกตัวขึ้นจากพื้นทะเลทรายสูงขึ้นไปในอากาศ

ทันใดนั้นธอร์รู้สึกว่าทั้งตัวเขาแห้งผากขึ้น เขารู้สึกเหมือนน้ำทุกหยดในร่างกายถูกดูดออกไป เขากระหายน้ำมาก ไม่เคยกระหายน้ำมากเท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต

Ваша оценка очень важна

0
Шрифт
Фон

Помогите Вашим друзьям узнать о библиотеке

Скачать книгу

Если нет возможности читать онлайн, скачайте книгу файлом для электронной книжки и читайте офлайн.

fb2.zip txt txt.zip rtf.zip a4.pdf a6.pdf mobi.prc epub ios.epub fb3

Популярные книги автора